5 กรณีศึกษาใช้เว็บไซต์หาเงินและ"กล่อง"
หลายปีที่ผ่านมา โลกออนไลน์แสดงแสนยานุภาพในการเป็นช่องทางนำชาวโลกไปสู่องค์ความรู้ ชื่อเสียง เงินทอง ความบันเทิง และอีกนานาประโยชน์ บทความในวันนี้จะทำให้เราได้เห็นอีกศักยภาพของเว็บไซต์ในการดำเนินการกุศลเพื่อสร้างประโยชน์ให้สังคม ซึ่งกรณีศึกษาที่ "รณพงศ์ คำนวณทิพย์" ยกมานั้น จะเป็นสิ่งการันตีได้ว่าการใช้เว็บไซต์ออนไลน์เพื่อระดมเงินและ "กล่อง" นั้นสามารถทำได้ดีแบบไร้ขีดจำกัดจริงๆ
***คิดบวก ใช้ IT อย่างสร้างสรรค์
โดยรณพงศ์ คำนวณทิพย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูนิเวอร์ซัลมิวสิค (ประเทศไทย) จำกัด Twitter: @rockdaworld
ในทุกวิกฤติย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ วิกฤติการณ์ที่ผ่านมาในกรุงเทพฯ นั้นแสดงให้เห็นแล้วว่าความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ธุรกิจที่อยู่ในทำเลทองสร้างรายได้วันละเป็นหลักแสนก็อาจสูญสลายไปได้ในชั่วพริบตา
ขณะเดียวกันอีกหลายธุรกิจถึงแม้จะได้รับผลกระทบหนักแต่ก็ยังพออยู่รอดได้ เพราะมีการแตกสาขา หรือกระจายสินค้าผ่านทางช่องทางอื่นๆ รวมถึงโลกไซเบอร์ด้วย ถึงแม้ว่าร้านจริงจะไม่อยู่แล้ว แต่ร้านค้าใโลกไซเบอร์นั้นยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างไม่หยุดยั้ง ดังนั้นวิกฤติในครั้งนี้จึงกลับกลายเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการทำเงินบนโลกออนไลน์ครับ
สำหรับธุรกิจทั้งหลาย การเข้าสู่โลกออนไลน์นั้นนอกจากเรื่องของการหารายได้และเพิ่มยอดขายแล้ว ยังหมายถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า พันธมิตรธุรกิจ และการสร้างกิจกรรมการกุศลคืนกลับสู่สังคมอีกด้วย
ตัวอย่างการใช้ IT อย่างสร้างสรรค์ ที่ได้ทั้งเงินได้ทั้งกล่องนั้นก็มีอยู่หลายวิธีดังตัวอย่างต่อไปนี้ครับ
- Tarad.com
จากวิกฤติที่ผ่านมาเจ้าของร้านรายย่อยจำนวนมากทั้งจากโรงหนังสยาม เซ็นเตอร์วัน และแม้แต่เจ้าของร้านที่มีสาขาเดียวในบริเวณห้างเซ็นทรัลเวิลด์ และอื่นๆ แทบจะหมดตัวกันเลยทีเดียว จึงเป็นที่มาของโครงการดีๆ โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ ร่วมกับ “ตลาด ดอท คอม” ได้ร่วมกันบรรเทาความเดือดร้อนให้กับร้านค้าที่ประสบภัย โดยการเปิดหน้าร้านออนไลน์และให้บริการ อี-คอมเมิร์ซเพื่อทำการขายของและจ่ายเงินผ่านเว็บ
นอกจากจะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว ยังเป็นการช่วยขยายธุรกิจในระยะยาว เพราะทำการซื้อขายกันได้อย่างไม่จำกัดเวลาและสถานที่ จึงสามารถขยายตลาดออกไปได้ทั่วประเทศ ไปจนถึงทั้งโลกได้อีกด้วยครับ
- TWT4TH.in.th
วิกฤติครั้งนี้ยังเป็นการกระตุ้นให้คนที่อยากทำดีเพื่อชาติออกมาร่วมตัวกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆขึ้นมา โดยเฉพาะคนบนโลกออนไลน์ซึ่งได้แสดงให้เห็นแล้วว่าในช่วงที่เกิดเหตุการจลาจลนั้น การติดตามข่าวสารผ่านทางเครือข่ายสังคมออนไลน์โดยเฉพาะทวิตเตอร์นั้น ทำได้อย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์กว่าสื่ออื่นๆ จนทำให้นักข่าวภาคสนามแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวในครั้งนี้
แต่ขณะเดียวกันข้อมูลในทวิตเตอร์ก็มีทั้งข่าวจริง ข่าวลือ และข่าวลวง ข้อความในนั้นก็มีทั้งเชิงสร้างสรรค์ และทำลาย นั่นจึงเป็นที่มาให้ชาวทวิตเตอร์ออกมาระดมสมองกันอย่างจริงจังเพื่อหาแนวทางฟื้นฟูประเทศไทยให้แข็งแรงและกลับมาเป็นสยามเมืองยิ้มอีกครั้งหนึ่ง โดยมีการเปิดเว็บไซต์ www.twt4th.in.th ขึ้นมาเพื่อเป็นสื่อกลางในการรวบรวมไอเดียและกิจกรรมดีของชาวทวิตเตอร์ซึ่งสามารถเริ่มได้จากตัวเราเองและขยายวงกว้างออกสู่สังคมรอบข้าง และเป็นการปลูกฝังทัศนคติและค่านิยมที่ดีให้กับสังคมไทยครับ ถึงแม้กิจกรรมเหล่านี้อาจไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างรายได้เลย แต่ทุกคนที่มาร่วมงานก็เชื่อว่าหากสังคมของเราแข็งแรงแล้ว เราทุกคนก็จะได้รับผลดีไปด้วยครับ
ในต่างประเทศเองศิลปินระดับโลกและบริษัทยักษ์ใหญ่ ก็ให้ความสำคัญในเรื่องเหล่านี้ด้วยเช่นกัน
- เลดี้ กาก้า (Lady Gaga)
เจ้าแม่เพลงป๊อบเจ้าของรางวัลและเพลงฮิตอันดับมากมาย เธอได้รับเลือกให้เป็นอันดับ 1 จาก 100 คนที่มีความคิดสร้างสรรค์มากที่สุดในโลกธุรกิจ (The 100 Most Creative People in Business) โดยนิตยสาร Fast Company ด้วยความเป็นตัวของตัวเอง หลุดโลก และความคิดสร้างสรรค์ในการแต่งเพลง ในด้านแฟชั่น และการออกแบบโชว์ของเธอ ทัวคอนเสิร์ต “Monster Ball” ของเธอจึงได้ถูกจองยาวเหยียดจนถึงปลายปีนี้โดยไม่มีตั๋วเหลือ
ไม่ว่าเธอจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับสินค้าอะไรก็จะกลายเป็นเงินเป็นทองไปเสียหมด ไม่ว่าจะเป็น Monster Headphone หรือกล้อง Polaroid รุ่นที่เธอเป็นคนออกแบบ หรือ การทำการตลาดร่วมกันกับ HP หรือ เครื่องสำอาง MAC ซึ่งออกลิปสติก Viva Glam เพื่อเป็นการรณรงค์เรื่องโรคเอดส์ซึ่งได้รับความสำเร็จเป็นอย่างดี สร้างรายได้ถึง 2.2 ล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว
ในโลกออนไลน์นั้น Virgin Mobile ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนการทัวร์คอนเสิร์ตของเธอในอเมริกา ได้จัดโครงการ RE*GENERATION ขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือวัยรุ่นที่ต้องออกร่อนเร่เพเนจรตามท้องถนนเพราะมีปัญหาทางบ้าน ไม่มีที่อยู่อาศัย ด้วยการร่วมมือกับองค์กรการกุศลให้ที่พักพิงชั่วคราวกับคนเหล่านั้น โดยมีการเปิด web ชื่อ ladyvirgin.com ขึ้นมาเพื่อขายตั๋วคอนเสิร์ตโปรโมทสินค้าของ virgin mobile และให้ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ RE*GENERATION ได้ลงทะเบียนผ่านทาง web ผู้ที่ทำโครงการได้สำเร็จครบถ้วนเป็นคนแรกจะได้ที่นั่งติดขอบเวทีคอนเสิร์ตทันที ผลปรากฏว่ามีคนเข้าร่วมโครงการและทำความดีนี้กว่า 30,000 ชั่วโมงไปแล้วครับ
- เอค่อน (Akon) กับเพลง “Oh Africa”
สำหรับมหกรรมลูกหนังโลกในปีนี้นั้น เพลง Oh Africa ของ Akon คงเป็นที่ได้ยินกันอย่างคุ้นหูเพราะเป็นเพลงประกอบโฆษณาของเครื่องดื่มน้ำดับระดับโลกอย่าง Pepsi ซึ่งถือเป็นโครงการที่สร้างผลตอบแทนคืนสู่สังคมอีกทางหนึ่งด้วย มีการคัดเลือกศิลปินเยาวชนจากทั่วโลก รวมถึง ซานิ ของเราด้วยเข้าไปร่วมร้องเพลงนี้ ร่วมกับ Akon และ Keri Hilson ทั้งนี้เพื่อหารายได้เข้าร่วมองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ ในบ้านเรานั้นมีการจัดกิจกรรมเพื่อหารายได้สมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา
นอกจากนี้คนที่ดาวน์โหลดเพลง “Oh Africa” นี้ผ่านทางช่องทางต่างๆ รวมถึงผ่านทาง IVR โดยการกด *4908 โทรออก แล้วกด 44 ก็จะเป็นการนำรายได้ส่วนหนึ่งเข้าสมทบทุน Konfidence Foundation เพื่อช่วยเหลือเด็กด้วยโอกาสในอาฟริกาอีกด้วย จึงมีผู้สนใจเข้าร่วมสนับสนุนกันอย่างมากมายครับ
- เจ้าหนูเจ็ดขวบ ชาร์ลี ซิมป์สัน (Charlie Simpson)
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเฮติเมื่อต้นปีที่ผ่านมาที่คร่าชีวิตผู้คนไปนับแสนคน หนูน้อยชาวอังกฤษวัยเพียงเจ็ดขวบคนหนึ่งจึงมีความคิดขึ้นมาว่าเขาอยากจะหารายได้สัก 500 ปอนด์เพื่อสมทบทุนช่วยผู้ประสบภัยผ่านทางองค์การยูนิเซฟ ด้วยไอเดียที่ว่าจะปั่นจักรยานระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร รอบสวนสาธารณะแถวบ้านชานกรุงลอนดอน และมีการเปิดเว็บไซต์รับบริจาคเงิน
ผลปรากฏว่ากิจกรรมเล็กๆนี้กลับได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากสื่อต่างๆ รวมไปถึงนาย กอร์ดอน บราวน์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษอีกด้วย จากรายได้ที่ตั้งเป้าไว้ 500 ปอนด์ ปัจจุบันมีผู้ร่วมสมทบทุนโคงการนี้ทั้งสิ้นถึง 210,370.69 ปอนด์ คิดเป็น 420 เท่าของเป้าหมายครับ
เห็นไหมละครับว่าในโลกออนไลน์นั้น sky is limit หรือไม่มีข้อจำกัดจริง ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หากมีวัตถุประสงค์ และความมุ่งมั่นที่ชัดเจน คุณก็สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ครับ..
บางตัวอย่างในนี้เป็นลักษณะของการทำการตลาดซึ่งหมายถึงการสร้างรายได้ รวมทั้งการคืนกลับสู่สังคมไปด้วยพร้อมๆกัน แต่บางกรณีก็เป็นเรื่องของการหารายได้เพื่อการกุศลล้วนๆ ซึ่งถึงแม้ผู้ทำจะไม่ได้ผลตอบแทนเป็นตัวเงิน แต่ก็ได้รับความสุข อิ่มเอมใจ และได้บุญไปพร้อมๆกัน
...ผลตอบแทนนั้นย่อมกลับมาหาเราเองไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม ทั้งนี้เพราะผู้ให้ย่อมได้รับเสมอครับ
ที่มา
http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9530000077481